โดยทั่วไป หม้อแปลงไฟฟ้าควรทำ Preventive Maintenance (PM) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อแปลง สภาพแวดล้อม และความสำคัญของระบบไฟฟ้าในโรงงาน
แนวทางความถี่ในการ PM หม้อแปลงไฟฟ้า
- ตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection) : ทุก 1–3 เดือน
- ตรวจหารอยรั่วของน้ำมัน
- ตรวจสอบเสียงและการสั่นสะเทือน
- ตรวจสอบอุณหภูมิผิดปกติ
- ตรวจสอบความสะอาดของบุชชิ่งและตัวถัง
- บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) : ทุก 6–12 เดือน
- ทำความสะอาดหม้อแปลงและอุปกรณ์ประกอบ
- ตรวจสอบจุดต่อสายไฟและขันแน่น
- ตรวจสอบระบบกราวด์
- ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกัน เช่น Relay, Temperature Gauge และ Pressure Relief Device
- ตรวจสอบพัดลมและระบบระบายความร้อน (ถ้ามี)
- ทดสอบเชิงไฟฟ้า (Electrical Testing) : ทุก 1–3 ปี
- วัดค่า Insulation Resistance (IR)
- วัดค่า Winding Resistance
- ทดสอบอัตราส่วนแรงดัน (Transformer Turns Ratio : TTR)
- ตรวจสอบค่าความต้านทานของระบบกราวด์
- วิเคราะห์น้ำมันหม้อแปลง (สำหรับ Oil Transformer) : ทุก 1 ปี หรือบ่อยกว่านั้นในกรณีใช้งานหนัก
- ตรวจสอบค่าความเป็นฉนวน (BDV)
- วิเคราะห์ความชื้น
- ตรวจสอบค่าความเป็นกรด (Acidity)
- วิเคราะห์ก๊าซละลายในน้ำมัน (DGA) สำหรับหม้อแปลงที่มีความสำคัญ
ปัจจัยที่ควรเพิ่มความถี่ในการ PM
หากหม้อแปลงอยู่ในสภาพแวดล้อมต่อไปนี้ ควรตรวจสอบทุก 3–6 เดือน
- มีฝุ่นละอองจำนวนมาก
- อุณหภูมิสูง
- ความชื้นสูง
- โรงงานที่เดินเครื่อง 24 ชั่วโมง
- มีโหลดใกล้เต็มพิกัดเป็นประจำ
ทำไมต้อง PM หม้อแปลงไฟฟ้า?
การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอช่วยให้
- ลดโอกาสเกิดไฟฟ้าดับจากหม้อแปลงเสีย
- ยืดอายุการใช้งานของหม้อแปลง
- เพิ่มความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า
- ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมฉุกเฉิน
- รักษาประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบจ่ายไฟ
คำแนะนำ: สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ควรวางแผน ตรวจสอบทุก 3 เดือน และทำ PM ใหญ่ปีละ 1 ครั้ง พร้อมทดสอบเชิงไฟฟ้าตามรอบที่เหมาะสม เพื่อให้หม้อแปลงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของการหยุดการผลิตโดยไม่คาดคิด
📞 Tel. 02-530-9090
💬 Line ID: @tgcontrol
🌐 www.tgcontrol.com



