วิธีเลือกอินเวอร์เตอร์ให้เหมาะกับมอเตอร์ และงานที่ใช้
การเลือก Inverter (อินเวอร์เตอร์) ไม่ควรดูเพียงแค่กำลังมอเตอร์เป็น kW หรือ HP เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาลักษณะของโหลดและรูปแบบการใช้งานร่วมด้วย เพราะหากเลือก Inverter ไม่เหมาะสม อาจทำให้มอเตอร์ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เกิด Fault หรืออุปกรณ์ทำงานหนักเกินความจำเป็น
🔧 1. เช็กกำลังของมอเตอร์
สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือ กำลังมอเตอร์ (kW / HP) จาก Nameplate ของมอเตอร์
ตัวอย่างเช่น
- Motor 7.5 kW → เลือก Inverter ที่รองรับมอเตอร์ขนาดดังกล่าว
- Motor 30 kW → เลือก Inverter ที่เหมาะกับกำลังและกระแสของมอเตอร์
แต่ไม่ควรเลือกจาก kW เพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบ กระแสพิกัดของมอเตอร์ (Motor Rated Current) และเปรียบเทียบกับกระแส Output ของ Inverter ด้วย
⚡ 2. ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า
ต้องเลือก Inverter ให้ตรงกับระบบไฟฟ้าที่ใช้งาน เช่น
- 1 Phase 220 V
- 3 Phase 220 V
- 3 Phase 380–415 V
รวมถึงตรวจสอบแรงดันและความถี่ของมอเตอร์จาก Nameplate ก่อนเลือกใช้งาน
🏭 3. ดูประเภทของโหลด
ลักษณะโหลดมีผลอย่างมากต่อการเลือก Inverter
💨 โหลดประเภท Variable Torque
เหมาะกับงานที่แรงบิดเปลี่ยนแปลงตามรอบ เช่น
- ปั๊มน้ำ
- พัดลม
- Cooling Tower
- ระบบ HVAC
งานประเภทนี้สามารถเลือก Inverter ที่ออกแบบมาสำหรับ Pump & Fan เพื่อช่วยควบคุมรอบและบริหารพลังงานได้อย่างเหมาะสม
⚙️ โหลดประเภท Constant Torque
เหมาะกับงานที่ต้องการแรงบิดค่อนข้างคงที่ เช่น
- Conveyor
- Machine
- Mixer
- Compressor บางประเภท
- ระบบลำเลียงในโรงงาน
ควรเลือก Inverter ที่สามารถรองรับแรงบิดและกระแสของโหลดได้เหมาะสม
🔩 โหลด Heavy Duty
สำหรับงานที่ต้องใช้แรงบิดสูง หรือมีการเร่ง/หยุดที่หนัก เช่น
- เครื่องจักรอุตสาหกรรม
- Conveyor โหลดหนัก
- Crusher
- Hoist และงานที่มีโหลดสูง
ควรพิจารณา Inverter ที่มีพิกัด Heavy Duty และตรวจสอบกระแสใช้งานจริงอย่างละเอียด
📋 4. พิจารณาลักษณะการทำงานของเครื่องจักร
ควรดูว่าเครื่องจักรต้องการ
✅ ปรับรอบมอเตอร์หรือไม่
✅ ต้องการแรงบิดสูงตอน Start หรือไม่
✅ มีการ Start/Stop บ่อยหรือไม่
✅ ต้องการควบคุมความเร็วแบบละเอียดหรือไม่
✅ ต้องการ PID Control หรือไม่
✅ ต้องการสื่อสารกับ PLC หรือระบบ Automation หรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เลือก Inverter และฟังก์ชันได้ตรงกับงานมากขึ้น
🌡️ 5. ตรวจสอบสภาพแวดล้อม
หากติดตั้ง Inverter ในโรงงาน ควรพิจารณา
- อุณหภูมิบริเวณติดตั้ง
- ฝุ่นและความชื้น
- การระบายความร้อน
- ตู้ไฟและระบบระบายอากาศ
- ระดับการป้องกันของตู้
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝุ่นมากหรืออุณหภูมิสูง อาจต้องเลือกวิธีติดตั้งและการระบายความร้อนให้เหมาะสม
🎯 6. เลือก Inverter ให้ตรงกับลักษณะงาน
การเลือก Inverter ที่ดี คือการเลือกให้ “เหมาะกับมอเตอร์ + เหมาะกับโหลด + เหมาะกับการใช้งาน”
ไม่จำเป็นต้องเลือก Inverter ที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป แต่ควรเลือกจากข้อมูลทางไฟฟ้าและลักษณะโหลดจริง เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน
💙 สนใจ Inverter ABB นึกถึง T.G. Control
ที.จี. คอนโทรล จำกัด ตัวแทนจำหน่าย Inverter ABB อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเลือก Inverter ให้เหมาะกับมอเตอร์และลักษณะงาน
📞 Tel. 02-530-9090
💬 Line: @tgcontrol
🌐 www.tgcontrol.com
One Stop Engineering Solution
ไม่ใช่แค่ขาย แต่พร้อมดูแลตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ ติดตั้ง Commissioning ไปจนถึงงานบริการหลังการขาย



