ในการประชุม COP26 หรือ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ณ เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ มีผู้แทนจากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุมเพื่อประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตัวเองต่อประชาคมโลก และหาข้อตกลงร่วมกัน ในการวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อก่อให้เกิดการลงมือทำจริง การที่ทุกประเทศมีความร่วมมือกันเช่นนี้ เนื่องจากต้องการที่จะควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement) นั่นเอง ย้อนกลับไปที่การประชุม COP21 ในปี ค.ศ. 2015 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้เกิดข้อตกลงที่เรียกว่าความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส และพยายามตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม การที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 องศาเซลเซียส ก็ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ตามมา การประชุม COP26 จึงทำให้นานาประเทศต่างประกาศเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหยุดยั้งภัยอันตรายของมวลมนุษยชาติ และประเทศไทยได้แสดงเจตนารมย์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้ประกาศเป้าหมายการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065  แล้วความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์คืออะไร มีความแตกต่างกันอย่างไร และทำไมถึงต้องใช้เวลาแตกต่างกันถึง 15 ปี กว่าจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้

Image by ejaugsburg from Pixabay

ความจริงแล้ว ทั้งความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ นั้นมีเป้าหมายเดียวกันคือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนับได้เท่ากับศูนย์ แต่มีกลไกในการลดก๊าซเรือนกระจกที่แตกต่างกัน ดังนี้ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) คือ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเท่ากับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกดูดกลับคืนมา โดยผ่าน 3 กลไก ได้แก่ (1) “ลด” การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel) (2) “ดูดกลับ” ก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ เช่น การปลูกป่าเพื่อเพิ่มแหล่งสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ (Carbon Sink) การใช้เทคโนโลยีในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และนำกลับมากักเก็บใต้พื้นดิน หรือใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ และ (3) “ชดเชย” การปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Offset) ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่น หากเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และมีความสามารถในการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้เพียง 80 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เราสามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลืออีก 20 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิต

ความแตกต่างระหว่าง Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ที่มาภาพ: https://www.pier.or.th/blog/2022/0301/

ส่วน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) จะเกิดขึ้นได้เมื่อก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์มีภาวะสมดุลกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก กล่าวคือ หากเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ก็จะต้องมีกิจกรรมที่ลดหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าเช่นกัน ไม่สามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เป้าหมายของความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ห่างกันถึง 15 ปี เนื่องจาก การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ตัดกลไกการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตออกไปนั้นเอง สำหรับประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับที่ 21 ของโลก ในปี ค.ศ. 2019 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 354 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และคาดว่าจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดเท่ากับ 368 ล้านต้นคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี ค.ศ. 2025 เพื่อเข้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 ตามที่ได้ประกาศไว้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้เร่งแปลงเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นแผนงานที่เป็นรูปธรรม เช่น การปรับยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Nationally Determined Contribution; NDC) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20-25 เป็นร้อยละ 30-40 จากระดับปกติภายในปี ค.ศ. 2030 จัดทำบทความโดย นางสาวอัฏฐารจ ชาวชน นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ กองติดตามประเมินผลสิ่งแวดล้อม   เอกสารอ้างอิง กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. “แผนที่นําทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๓”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 จาก https://climate.onep.go.th/wp-content/uploads/2019/07/NDC-Roadmap-for-Printing.pdf บีบีซีไทย. “โลกร้อน: การประชุม COP26 ในกลาสโกว์ตกลงอะไรกันได้บ้าง”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 จาก https://www.bbc.com/thai/international-59264622 สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์. “Carbon neutrality” กับ “net zero emissions” ต่างกันอย่างไร? และมีความสำคัญอย่างไร?”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565จาก https://www.pier.or.th/blog/2022/0301/ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในการสัมมนาหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : ยุทธศาสตร์ของไทยและบทบาทของรัฐสภา”. [อ้างอิงจากสถานะเฟซบุ๊ก]. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 จาก https://fb.watch/ejMcO4sNjr/ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). “กิจกรรมชดเชยคาร์บอนคืออะไร”. (etutorworld.com) [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565จาก http://carbonmarket.tgo.or.th/index.php?lang=TH&mod=Y29uY2VwdF9vZmZzZXR0aW5n The Standard. “Net Zero ก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ทางรอดของมนุษยชาติ”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 จาก https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce-executive-espresso286/

การป้องกันไม่ให้เกิดอัคคีภัยถือเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นตรวจสอบสายไฟฟ้า เส้นทางเดินไฟต่างๆ เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วหรือลัดวงจรซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่มักจะทำให้เกิดอัคคีภัยขึ้น การหมั่นตรวจสอบไฟ ก่อนออกจากบ้านว่าเราได้ดับแล้วหรือไม่ แม้กระทั่งการติดตั้งระบบเตือนเพลิงไหม้ หรือ ระบบ fire alarm ก็ด้วย

ในปัจจุบันมีการให้ความสำคัญกับการติดตั้ง ระบบ fire alarm มากขึ้น สังเกตได้จากโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั่วไป ที่มักจะแถม ระบบ fire alarm และถังดับเพลิงพร้อมมากับตัวบ้านด้วย หรือแม้แต่ตามบริษัท องค์กรและอาคารขนาดใหญ่ก็จะมี ระบบ fire alarm ติดตั้งตามที่กฎหมายบังคับ

ระบบ fire alarm ประกอบด้วยอะไรบ้าง

  1. ชุดจ่ายไฟ (Power Supply)
    ชุดจ่ายไฟเป็นอุปกรณ์แปลงกำลังไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟให้เป็นกำลังไฟฟ้ากระแสตรง นำไปจ่ายให้กับระบบพลังงาน โดยทั่วไปแล้วชุดจ่ายไฟจะต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง สำหรับให้ระบบยังทำงานอยู่ได้ในขณะที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับ
  2. แผงควบคุม (Fire Alarm Control Panel)
    แผงควบคุม ตู้ควบคุมระบบ fire alarm เป็นทั้งส่วนควบคุมและตรวจสอบการทำงานของระบบ fire alarm สามารถแสดงผลการตอบสนองของอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณเพลิงไหม้ รวมถึงส่งสัญญาณ fire alarm แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ไปตามตำแหน่งต่างๆ ที่วางระบบสัญญาณ ไว้ ส่วนประกอบสำคัญของตู้ควบคุมระบบ fire alarm ได้แก่

    1. CPU ตู้ควบคุม fire alarm
    2. สัญญาณไฟ LED บอกสถานะต่างๆ เช่น
      • ไฟแสดงแหล่งจ่ายไฟ
      • ไฟแสดงสถานะการตรวจจับของอุปกรณ์
      • ไฟแสดงสถานะขัดข้องของอุปกรณ์ตรวจจับและระบบ
    3. ปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ เบื้องต้น เช่น
      • ปุ่มรับทราบเหตุการณ์
      • ปุ่มหยุดเสียงการแจ้งเหตุ
      • ปุ่มเคลียร์เหตุการณ์ต่างๆ
    4. Main Sound Buzzer ส่งเสียงดังขณะเแจ้งเหตุ ประกอบไปด้วย
      • ชุดจ่ายไฟ
      • แผงควบคุม
      • อุปกรณ์ประกอบ
      • อุปกรณ์เริ่มสัญญาณ
      • อุปกรณ์แจ้งสัญญาณ
  3. อุปกรณ์เริ่มสัญญาณ (Initiating Devices)
    อุปกรณ์เริ่มสัญญาณ อุปกรณ์ตรวจจับเหตุเพลิงไหม้ และส่งสัญญาณเตือนอัคคีภัยตรวจจับได้ถึงความร้อน ควันและเปลวไฟ เป็นต้น โดยอุปกรณ์เริ่มสัญญาณจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

    • อุปกรณ์เริ่มสัญญาณแบบมือดึงจากบุคคล (Manual Pull Station)อุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือเป็นอุปกรณ์แจ้งสัญญาณเตือนอัคคีภัยแบบใช้มือกด ดึง หรือทุบกระจก โดยจะติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือในจุดที่สังเกตได้ง่าย เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ผู้พบเหตุก็จะสามารถเริ่มสัญญาณดับเพลิงได้เลย
    • อุปกรณ์เริ่มสัญญาณโดยอัตโนมัติ (Detectors)อุปกรณ์เริ่มสัญญาณโดยอัตโนมัติ
      เป็นอุปกรณ์ที่สามรถตรวจจับการเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้โดยอัตโนมัติ จากการมีปฏิกริยาไวต่อสภาะตามระยะต่างๆ ของการเกิดเพลิงไหม้ ชนิดของอุปกรณ์เริ่มสัญญาณอัตโนมัติ ได้แก่

      1. อุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ (Smoke Detector) แบ่งเป็น 2 ชนิด
        • อุปกรณ์ตรวจจับควัน แบบลำแสง (Projected Beam Detector)
        • อุปกรณ์ตรวจจับควัน แบบใช้ในท่อลม (Duct Smoke Detector)
      2. อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector) แบ่งเป็น 2 ชนิด
        • อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน ชนิดกำหนดอุณหภูมิ (Fixed Temperature)
        • อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน ชนิดคอมบิเนชั่น (Combination)
      3. อุปกรณ์ตรวจจับเปลวไฟ (Flame Detector) แบ่งเป็น 2 ชนิด
        • ชนิดตรวจจับแสงที่เป็นแสงอินฟาเรด(Infrared)
        • ชนิดตรวจจับแสงที่เป็นแสงอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet)
      4. อุปกรณ์ตรวจจับแก๊ส (Gas Detector)
      5. อุปกรณ์ตรวจสอบน้ำไหล (Water Flow Switch)โดยควรตรวจเช็คระบบไฟอลามอยู่เสมอว่าอุปกรณ์แจ้งเตือนไฟไหม้ยังสามารถใช้งานได้อย่างปกติอยู่หรือไม่ โดยตรวจเช็คจากการใช้ชุดทดสอบอุปกรณ์ตรวจจับ
  4. อุปกรณ์แจ้งสัญญาณด้วยเสียงและแสง (Audible & Visual Signalling Alarm Devices)
    อุปกรณ์แจ้งสัญญาณด้วยเสียงและแสง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เสียงหรือแสงในการเตือนสัญญาณแจ้งเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อาคาร หรือบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ชนิดของอุปกรณ์แจ้งเตือนไฟไหม้ด้วยแสงและเสียง เช่นกระดิ่งเตือนภัยสัญญาณไฟเสียงอิเล็กทรอนิคส์เสียงสโลว์-วูฟ เสียงประกาศจากลำโพงแสงไฟกระพริบ
  5. อุปกรณ์เสริม (Auxiliary Devices)
    อุปกรณ์เสริมคืออุปกรณ์ที่ทำงานเชื่อมกับระบบอื่นๆ ของระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ ทำหน้าที่เชื่อมสัญญาณไปยังระบบต่างๆ ของอาคาร เช่นควบคุมการเปิด-ปิดประตูหนีไฟควบคุมการปิดพัดลมในระบบปรับอากาศควบคุมระบบบังคับลิฟต์ลงมาชั้นล่างควบคุมระบบกระจายเสียงและประกาศแจ้งข่าวทำงานร่วมกับระบบดับเพลิง

ระบบ fire alarm แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

การเลือกใช้ระบบ fire alarm แท้จริงอาจจะไม่มีสูตรตายตัว ในการเลือกใช้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของอาคาร แต่โดยทั่วไปแล้ว ในการติดตั้งระบบ fire alarm นั้น เราสามารถพิจารณาได้จาก

  1. ขนาดของตัวอาคาร ถ้าเป็นอาคารขนาดเล็กก็สามารถเลือกใช้ Conventional Fire Alarm System ก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นอาคารขนาดใหญ่ และต้องการความปลอดภัยสูง ก็ควรเลือกใช้ Addressable Fire Alarm System หรือ Intelligent Fire Alarm System ก็ได้
  2. ความต้องการความปลอดภัย ถ้าสิ่งของในตัวอาคารมีคุณค่าอย่างมาก ความสำคัญอย่างมาก และต้องการความปลอดภัยขั้นสูง เราอาจจะเลือกใช้ ระบบ fire alarm แบบ Addressable Fire Alarm System, Intelligent Fire Alarm System หรือ Aspiration Fire Detection System ก็ได้
  3. ความสะดวกสบายในการใช้งาน หากเจ้าของอาคารท่านใดต้องการความสะดวกในการใช้งาน ก็สามารถเลือกติดตั้งระบบ fire alarm แบบ Intelligent Fire Alarm หรือ Wireless Fire Alarm System ได้ การติดตั้งระบบ fire alarm ปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญกับอาคารบ้านเรือน หรือตามองค์กร บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ เพราะเป็นการให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยของผู้พักอาศัย ของคนทำงานในองค์กร รวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ในตัวอาคารด้วย การเลือกใช้ระบบ fire alarm มาใช้ในตัวบ้านไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม เราสามารถเลือกนำมาติดตั้งได้ขึ้นอยู่กับความต้องการ

และหากใครที่กำลังมองหา ระบบ fire alarm แบบ Conventional Fire Alarm Control Panel หรือ Intelligent Fire Alarm Control Panel ระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบสำหรับแจ้งเตือน เมื่อมีเหตุเพลิงใหม้

นึกถึงบริษัท ที.จี. คอนโทรล จำกัด  เราเป็นตัวแทนจำหน่าย Fire alarm ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ยี่ห้อ GST จากบริษัท แคเรียร์ คอมเมอร์เชียล รีฟริเจอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

แบบครบวงจร เรายินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษาเพื่อให้ท่านได้พิจารณาติดตั้งระบบ fire alarm ที่เหมาะสมกับท่านและตามที่ท่านต้องการ ด้วยทีมงานคุณภาพ

โปรโมชั่นสุดค้ม Power Meter ABB‼

Power meter ABB M1M30 Modbus💥ราคา 3,990.-

Power Meter : M1M 30

ABB เพาเวอร์มิเตอร์ รุ่น M1M 30

Power Meter รุ่น M1M 30 เป็นเพาเวอร์มิเตอร์ระบบหน้าจอ LCD ใช้งานง่ายในทุกๆด้าน โดยสามารถประเมินประสิทธิภาพพลังงานได้อย่างแม่นยำ

Power Meter รุ่น M1M30 สามารถเชื่อมต่อบลูทูธทำให้ง่านต่อการกำหนดค่าผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ และง่ายต่อการติดตั้ง มีการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ และเดินสายได้อย่างรวดเร็ว

1.แสดงค่าชัดเจน เข้าใจง่าย

แสดงค่าทั้งสามเฟสบนหน้าจอ LED ขนาดใหญ่อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการอ่านค่า

2.ขนาดกระทัดรัด

ต้องการพื้นที่ลึกเข้าไปในตู้ควบคุมไฟฟ้าเพียง 55 มิลลิเมตร

3.ตรวจสอบค่าต่างๆ ในระบบไฟฟ้า

สามารถวัดค่าพื้นฐานสำคัญในระบบไฟฟ้าได้ไม่ว่าจะเป็น กระแส แรงดัน ความถี่ กำลังไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้า

4.ง่ายต่อการใช้งาน

ปุ่มกดพื้นฐานเพื่อใช้ในการตั้งค่าและเลือกเมนูต่างๆ

5.วัดค่าระยะไกล

สามารถใช้งานอินเทอร์เฟส RS485 ด้วยโปรโตคอลการสื่อสาร Modbus RTU ซึ่งทำให้ง่ายต่อการสื่อสารและเชื่อมต่ออุปกรณ์กับสถานที่ที่ห่างไกล

_____________________
📍ติดต่อ บริษัท ที.จี. คอนโทรล จำกัด
☎️โทร. 02-530-9090
📩Email: sales@tgcontrol.com
✅Line: @tgcontrol หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40tgcontrol
🚩ตัวแทนจำหน่าย LED Modul & LED T8 Water Proof ยี่ห้อ #Philips อย่างเป็นทางการ #TGcontrol
—————————
💡โคมไฟเปล่ากันน้ำกันฝุ่น เปลี่ยนหลอด LED TLED ได้ คลิปล๊อคแสตนเลสแข็งแรงไม่เป็นสนิม วัสดุโพลีคาร์บอนเนตไม่ลามไฟ ปลอดภัยด้วยฟิวส์ป้องกันการลัดวงจร
✔️ โคมไฟกันน้ำกันฝุ่น รุ่น WT069C สำหรับหลอด LED Tube ยาว 1200 มม. x 2 ดวง
✔️ การเข้าไฟแบบ Single Ended Power Input
✔️ วัสดุโพลีคาร์บอนเนตไม่ลามไฟ ทนรังสียูวีจากแสงแดดได้ดี
✔️ หน้าโคมกระจายแสงดีเยี่ยมด้วย Prismatic Cover
✔️ กันน้ำกันฝุ่น IP 65 กันกระแทก IK08
✔️ ฟิวส์กันไฟฟ้าลัดวงจร 1A
✔️ ติดตั้งได้แบบแขวนและแบบติดผนัง
✔️ Connector กันน้ำ
✔️ ทนอุณหภูมิ -20 ถึง +45 องศาเซลเซียส
✔️ สเปกมีความยาวสำหรับหลอดไฟ 2 ขนาด 600 และ 1200 มิลลิเมตร ทั้ง 1 หลอดและ 2 หลอด
____________________
📍ติดต่อ บริษัท ที.จี. คอนโทรล
☎️โทร. 02-530-9090
📩Email: sales@tgcontrol.com
✅Line: @tgcontrol หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40tgcontrol

ประกาศรับสมัครงานหลายตำแหน่ง

  • พนักงานขายทางโทรศัพท์ (Sales Representative) จำนวน 10 อัตรา
  • Sales Engineer                                        จำนวน 3 อัตรา
  • ช่างซ่อม Inverter/Soft starter                        จำนวน 3 อัตรา

**สถานที่ทำงาน : บริษัท ที.จี. คอนโทรล จำกัด
1683 ทาวน์อินทาวน์ ซ.9 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. 10310

สนใจติดต่อ : คุณรัชดา (ฝ้าย) ตำแหน่ง ฝ่ายบุคคล
Tel : 02-530-9090 #309
Email : ratchada@tgcontrol.com | Line ID: @tgcontrol

แม้เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีความผันผวนต่อการเติบโตและพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมบางประเภท หลายอุตสาหกรรมลดกำลังการผลิต หลายอุตสาหกรรมเพิ่มกำลังการผลิต ดังนั้น การอนุรักษ์พลังงานจึงมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างมากบริษัท ที.จี.คอนโทรล จำกัด เป็นหนึ่งในผู้นนำด้านเทคโนโลยีอนุรักษ์และจัดการพลังงานที่พาธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด และสวนกระแสความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

“เรามองแล้วว่าเศรษฐกิจช่วง 2-3 ปีนี้น่าจะหดตัวอยู่ที่ 10-20% ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ทุกคนพยายามลดการใช้จ่ายแต่ ที.จี.คอนโทรล ยังคงรักษามาตรฐานการบริการเอาไว้และพัฒนาความสามารถของบุคลากรให้บริการได้ครอบคลุมสินค้าที่มีให้มากที่สุด ลูกค้าจึงให้การยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นฐานลูกค้าเดิมหรือการขยายฐานไปยังลูกค้าใหม่ ทำให้ช่วงปีที่ผานมานี้ ที.จี.คอนโทรล เติบโตถึงปีละประมาณ 10%”

คุณสิทธิเดช ท้วมประถม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.จี.คอนโทรลจำกัด กล่าวถึงความสำเร็จช่วงปีที่ผ่านมาประสบการณ์ตลอดหลายสิบปีของ ที.จี.คอนโทรล ได้สร้างชื่อจากความเชี่ยวชาญในการให้บริการและจำหน่ายอุปกรณ์ AC Drivesรวมไปถึงกลุ่มสินค้าอัตโนมัติ (Automation Product) การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จึงมาเติมเต็มความต้องการให้กับลูกค้า ที.จี.คอนโทรล ได้ให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของทีมงานวิศวกร รวมถึงเพิ่มการให้บริการสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยร่วมมือกับ ABB ทำให้ ที.จี.คอนโทรลเป็นบริษัทรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง “AuthorizedValue Provider” หรือ AVP จาก ABB อันเป็นเครื่องยืนยันมาตรฐานคุณภาพการบริการขั้นสูงของอุปกรณ์ ABB จึงไม่แปลกใจที่ ที.จี.คอนโทรล จะได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม และเป็นลูกค้าที่ใช้บริการมาต่อเนื่องยาวนาน

“เราทำถึงขนาดว่าทำรายงานให้กับโรงงานเพื่อให้ผู้บริหารนำไปพิจารณากับทีมงานว่าระบบของเราสามารถประหยัดพลังงานได้จริงและเท่าไร ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครทำ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อีกอย่างเรามีการเทรนนิ่งลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้จักผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้น สามารถนำไปดัดแปลงในโปรดักชั่นไลน์ของเขาได้มากขึ้น คือมันไม่ใช่ขายของเสร็จแล้วจบ เราต้องแนะนำเขาด้วย เพราะเมื่อผลลัพธ์สามารถทำได้จริงอย่างที่เราบอก ลูกค้าจะเชื่อใจและใช้บริการต่อเนื่องกันไป”

นอกจากการรักษาฐานลูกค้าเดิมแล้ว หลายปีที่ผ่านมา ที.จี.คอนโทรล ยังขยายฐานลูกค้าใหม่ๆในรูปแบบ Marketing Activity ร่วมกับ ABB หรือหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่นการออกนิทรรศการ สัมมนา โรดโชว์ รวมถึงการเทรนนิ่งในโรงงานขนาดใหญ่

ทุกองค์ประกอบนี้ล้วนเป็นฟันเฟืองของความสำเร็จเบื้องหลังของความสำเร็จนี้ไม่เพียงอยู่ที่การรักษามาตรฐานของบริการหลังการขายที่ให้ความใส่ใจและเข้าใจในปัญหาของลูกค้าทุกขั้นตอนเท่านั้น หากแต่ยังซ่อนอยู่ในความเชี่ยวชาญในตัวบุคลากร และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการพัฒนาระบบOne Stop Service ที่เรียกว่า All Solution with “One ABB” อีกด้วย

 “ต้องบอกว่าตอนนี้เราถือโปรดักต์ไลน์ของ“ต้องบอกว่าตอนนี้เราถือโปรดักต์ไลน์ของ ABB ประมาณ 3-4 คอนแทค เราต้องการทำให้เป็น One ABBหรือ One Stop Service ในไลน์ที่เป็นระบบควบคุมของ ABB ข้อดีของการพัฒนาระบบนี้คือ สามารถที่จะดูแลทั้งระบบได้ในจุดเดียว ช่วยให้ลูกค้าลดการสูญเสียเวลาในการประสานงาน เมื่อระบบมีปัญหา”ABB ประมาณ 3-4 คอนแทค เราต้องการทำให้เป็น One ABB หรือ One Stop Service ในไลน์ที่เป็นระบบควบคุมของ ABB ข้อดีของการพัฒนาระบบนี้คือ สามารถที่จะดูแลทั้งระบบได้ในจุดเดียว ช่วยให้ลูกค้าลดการสูญเสียเวลาในการประสานงาน เมื่อระบบมีปัญหา”

เทคโนโลยีที่กล่าวมานี้ คือ ระบบควบคุมและระบบประหยัดพลังงานขนาดใหญ่ระดับโรงงาน “หากระบบมีปัญหาทำให้ต้องหยุดการผลิตเพียงเพราะต้องติดต่อผู้ดูแลระบบจากหลายๆ แห่ง เพื่อมาตรวจสอบแต่ละอุปกรณ์ที่ต่างชนิดกันจะทำให้ต้องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ การหยุดเครื่องจักรการผลิต ถ้ามาประเมินเป็นค่าเสียหายอาจถึงวันละหลายล้านเลยทีเดียว”

นี่เป็นปัญหาคลาสสิกที่ ที.จี.คอนโทรล ต้องเข้าไปให้คำปรึกษา โดยคุณสิทธิเดชแชร์ประสบการณ์ลูกค้าอย่างเห็นภาพให้ฟังว่า เวลาในการทำงานของเครื่องจักรเป็นสิ่งสำคัญ อุปกรณ์บางชนิดไม่มีอะไหล่ในประเทศ อาจใช้เวลาสั่งเป็นเดือน ลูกค้าไม่สามารถรอให้เครื่องจักรหยุดทำงานไปเฉยๆ ได้ ทำให้ลูกค้าต้องมองทางเลือกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา

คุณสิทธิเดชกล่าวอีกว่า “ยกตัวอย่างลูกค้าของเรารายหนึ่ง อยู่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งประสบปัญหาเหมือนกับลูกค้าส่วนใหญ่ คือ เมื่ออุปกรณ์ส่วนหนึ่งเสียก็ต้องเรียกซัพพลายเออร์เจ้าหนึ่ง ถ้าอีกส่วนเสียก็ต้องเรียกอีกเจ้าหนึ่งมาซ่อม ทั้งที่ทั้งหมดนี้คือโซลูชั่นและระบบเดียวกันดังนั้น การเรียกซัพพลายเออร์หลายๆ ราย ทำให้เสียเวลาในการเรียกแต่ละรายเข้ามาดูแล แต่สิ่งที่ ที.จี.คอนโทรลมีคือ อุปกรณ์และช่างผู้ชำนาญระบบนั้นๆ ทั้งระบบอยู่ในซัพพลายเออร์รายเดียว คือ เวลาลูกค้าเกิดปัญหา ที.จี.คอนโทรลสามารถเสิร์ฟความต้องการลูกค้าได้ทั้งโซลูชั่น ได้ทุกอุปกรณ์พร้อมๆ กัน ทำให้ลูกค้าลดเวลาสูญเสียในการซ่อมต่างๆ

“อีกอย่างการใช้แบรนด์เดียวกัน จะช่วยให้การเชื่อมต่อข้อมูลในระบบเข้าถึงกันง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าการซัพพอร์ตระบบเมื่อต้องการการดูแลหรือซ่อมบำรุงจะทำได้รวดเร็วกว่า สิ่งที่เราเข้าไปรันในตอนนั้น คือ ระบบประหยัดพลังงานที่ใช้เวลาเซ็ตอัพหนึ่งเดือน พอเราทำสำเร็จในโปรเจ็กต์หนึ่ง เราได้รับความไว้วางใจให้ทำโปรเจ็กต์ถัดไปของลูกค้าและโปรเจ็กต์อื่นๆ ในเครือของเขา ถึงวันนี้ ลูกค้ารายนี้ก็ยังใช้บริการเรามานานกว่า 4-5 ปีแล้ว” คุณสิทธิเดชเล่าถึงข้อดีของการนำระบบ All Solution with “One ABB” เข้ามาแก้ปัญหาให้ลูกค้า

รวดเร็วในการเข้าถึง บวกกับชื่อเสียงความเป็นแบรนด์อุปกรณ์ไฟฟ้าระดับโลกของ ABB ทำให้การเปิดรับ All Solution with“One ABB” ของลูกค้าทำได้ไม่ยาก อีกทั้งการให้บริการในลักษณะระบบ One Stop Service นี้ ยังไม่ค่อยมีในธุรกิจแบบนี้ เนื่องจากต้องใช้บุคลากรที่มีความชำนาญแตกต่างกันมาเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่มีความหลากหลายไว้ในระบบเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและเป็นความท้าทายสำหรับ ที.จี.คอนโทรล เช่นกัน

ขอบคุณที่มาจาก : https://new.abb.com/
โปรโมชั่นพิเศษ‼️
 
#smartsensor #smartsensorABB
 
?ซื้อ Smart Sensor จำนวน 20 ตัวขึ้นไป แถม Gateway router มูลค่า 50,000 up ฟรี‼️ 1 ตัว

Health parameters 

  • Overall condition
  • Overall vibration (velocity rms)
  • Bearing condition
  • Skin temperature (degrees)

Operating parameters

  • Radial vibration (velocity rms)
  • Tangential vibration (velocity rms)
  • Axial vibration (velocity rms)
  • Speed (rpm)
  • Operating hours
  • Number of starts
  • Supply frequency (Hz)
  • Output power (hp/kW)
  • Regreasing count-down
 
??สนใจ add line เลยคะ @tgcontrol 
 
บริษัท ที.จี. คอนโทรล จำกัด
…………………………………..
☑️Tel. 02-530-9090
☑️Fax. 02-530-9933
☑️Email: sales@tgcontrol.com, marketing@tgcontrol.com
☑️Line: @tgcontrol หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40tgcontrol

บริษัท ที.จี. คอนโทรล จำกัด ได้สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานสำหรับระบบไฟ้ฟ้าอุตสาหกรรมจนในวันนี้เราถือเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์และการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยบริการที่ครบวงจรโดยทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาและควบคุมกระบวนการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุก ๆ โครงการของคุณจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานโดยใช้พลังงานน้อยที่สุด

วัตถุประสงค์ของงาน  Preventive  Maintenance

         Preventive Maintenance: PM ( การบำรุงรักษาเพื่อป้องกัน )  เป็นการดูแลรักษา Inverter ABB ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย โดยการทำเช่นนี้ก็เพื่อวางเป้าหมายไม่ให้เกิดความเสียหายอันอาจจะส่งผลกระทบ ต่อกระบวนการผลิตและความเสี่ยง  PM เป็นการวางแผนโดยกำหนดระยะเวลาการตรวจสอบและการบำรุงรักษา Inverter ABB รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ภายในตัว Inverter ABB เพื่อป้องกันความเสียหาย หรือวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้าซึ่งจะไม่ทำให้ขบวนการผลิตต้องหยุดฉุกเฉิน

  1. จัดทำแผนการบำรุงรักษาประจำปีสำหรับอินเวอร์เตอร์ที่ติดตั้งอยู่ในโรงงานปัจจุบันจัดทำรายงานผลการตรวจสอบประจำปีและเสนอแนะนำการเปลี่ยนชิ้นส่วนในกรณีที่ใกล้หมดอายุการใช้งานหรือมีปัญหา
    Preparing Annual maintenance plan for the inverter is installed in factory, Audit Annaul Report and suggestions customer to change the components in expire or getting problems.
  2. รับซ่อมอินเวอร์เตอร์ทุกยี่ห้อโดยทีมช่างซ่อมผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดเครื่องและการรับส่งเครื่องตลอดจนการเสนอราคาค่าซ่อมการซ่อมจริงทุกครั้ง
    Repair all brands of inverters by expert technicians. Without charge in the first time using equipment and sending equipment, as well bidding before repair time.
  3. จำหน่ายและนำเข้าอะไหล่ชิ้นส่วนอินเวอร์ทุกยี่ห้อ
    Distribution and import all brands spare parts of inverters.

วัตถุประสงค์ของงาน Preventive Maintenance
Preventive Maintenance : PM (การบำรุงรักษาเพื่อป้องกัน) เป็นการดูแลรักษา Inverter abb ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย โดยการทำเช่นนี้ก็เพื่อวางเป้าหมายไม่ให้เกิดความเสียหายอันอาจจะส่งผลกระทบต่อการบวนการผลิตและความเสี่ยง PM เป็นการวางแผนโดยกำหนดระยะเวลาการตรวจสอบและการบำรุงรักษา อินเวอร์เตอร์ abb รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ภาพในตัว อินเวอร์เตอร์ เอบีบี เพื่อป้องกันความเสียหาย หรือวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้าซึ่งจะไม่ทำให้ขบวนการผลิตต้องหยุดฉุกเฉิน

การแบ่งลักษณะของการบำรุงรักษา

  1. การบำรุงรักษาเป็นประจำตามกำหนดระยะเวลา
  2. การบำรุงรักษาตามอายุการใช้งาน

ประโยชน์ที่ได้รับจากงาน Preventive Maintenance (PM)

  1. ลดปัญหาการ Shutdown ของเครื่องจักร
  2. ตรวจสอบข้อบกพร่องของ inverter abb ก่อนชำรุดเสียหาย
  3. รักษาประสิทธิภาพในการทำงานของอินเวอร์เตอร์
  4. ง่ายต่อการควบคุมดูแลและบริหารจัดการเครื่องจักร
  5. เพิ่มผลกำไรให้กับบริษัท
  6. เกิดความเชื่อมั่นในเครื่องจักร
  7. การทำงานสะดวกสบายปลอดภัยและคุ้มค่าต่อการลงทุน

ขอบเขตการทำงาน

  1. Inspection checking measures the other component
  2. Check capacitor bank
  3. Cleaning
  4. Tigtening
  5. Checking software version and motor data
  6. Check supply voltage
  7. Check control voltage
  8. Inpection of cooling fan (Inverter and Capacitor bank)
  9. Measuring DC bus
  10. Checking temperature
  11. Work description
  12. Report comment & parameter

After Sales Service

  1. ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาของ inverter abb
  2. ให้ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับการ Set inverter abb
  3. ตรวจสอบปัญหาหน้างานพร้อมแก้ไขตลอดเวลา
  4. ทีม Service มากด้วยประสบการณ์ ติดตั้ง Set Inverter ABB พร้อมให้ปรึกษา

แนำนำเกี่ยวกับการใช้งาน
Spare Part Support

  1. IGBT
  2. SCR & Diode
  3. PCB Control
  4. PCB Drive SCR
  5. PCB Interface
  6. Switch Supply
  7. Capacitor Fan
  8. Cooling Fan
  9. Capacitor Power